อัตลักษณ์เครื่องเงินบ้านวัวลาย

Wua Lai Identities

เอกลักษณ์อันโดดเด่นของเครื่องเงินภาคเหนือ ได้แก่

1) วิธีการแกะลายสองด้าน เครื่องเงินที่ผลิตโดยชาวบ้านวัวลายจะตอกลายจากด้านในให้นูนตามโครงร่างรอบนอกของลายก่อนแล้วตีกลับจากด้านนอกเป็นลายละเอียดอีกที

2) ลักษณะลายและรูปทรงเครื่องเงินภาคเหนือ มีแบบเฉพาะของตนเอง สลุงพื้นเมืองเชียงใหม่นั้นเส้นผ่าศูนย์กลางตอนก้นและตอนปากไม่ต่างกันมากนัก เกือบจะตรงเป็นทรงกระบอกเลย ซึ่งก็แตกต่างจากขันภาคกลางที่เป็นทรงปากกว้างแต่ก้นแคบแบบที่เรียกว่าทรงมะนาวตัด ลวดลายก็เช่นเดียวกัน สลุงพม่านิยมทำ ลายลึก รูปชาดก รูปสิบสองนักษัตรของเชียงใหม่ลายไม่ลึกมากเท่าพม่า แต่ก็ลึกกว่าของภาคกลาง โบราณใช้สลุงเรียบ ระยะต่อมามีลายชาดก ลายสิบสองนักษัตร ลายดอกกระถิน ลายดอกทานตะวัน ลายสับปะรด ลายนกยูง ลายดอกหมาก ซึ่งบางคนก็เรียก ลายแส้บ้าง ลากฝักข้าวโพดบ้าง

3) สิบสองนักษัตรของเชียงใหม่โบราณรุ่น 100 ปีมาแล้ว ต่างจากภาพอื่น ๆ คือปีกุนเป็นรูปช้าง ไม่ใช่รูปหมูอย่างที่อื่น ขันเงินใบหนึ่งมักมีลายหลายอย่างผสมผสานกัน เช่น ลายนักษัตรมีรูปสัตว์อยู่ในกรอบรูปร่างต่างๆ เช่น กรอบรูปแหลม รูปปลิงหลายตัวต่อๆ กัน กรอบหนึ่งๆ เรียกว่า โขงหนึ่ง ขันใหญ่ ๆ มีครบทั้ง 12 ราศีในกรอบ 12 กรอบก็เรียก 12 โขง

4) ดอกกระถินมีลักษณะดอกเป็นตะแกรงถี่นูนรูปกลม มีใบยาวขึ้นไปตอนบน 2 ด้าน เหมือนเขาสัตว์ซึ่งไม่เหมือนใบกระถินจริง ๆ เลย ส่วนดอกทานตะวันและสับปะรดนั้น ดัดแปลงมาจากดอกกระถิน ดอกทานตะวันมีรูปดอกแบบเดียวกับดอกกระถิน แต่แทนที่จะมีใบยาวแหลม 2 ใบ ขึ้นข้างบนก็มีกลีบเล็กๆ รอบๆ เกสรดอก กลีบทานตะวันบนสลุงเชียงใหม่นั้น มักไม่เสมอกันทุกกลีบ แต่อาจมีกลีบ 3 – 4 กลีบยื่นยาวกว่าส่วนอื่น มักยื่นขึ้นไปตอนบน ส่วนลายสับปะรดนั้นเหมือนดอกกระถินทุกอย่าง นอกจากตัวดอกหรือตัวสับปะรดนั้นเป็นรูปรียาวกว่าดอกกระถินซึ่งกลม มีใบยาวตอนบนเหมือนกัน ซึ่งก็ไม่ใช่ใบสับปะรดที่แท้จริง

นอกจากลายเชียงใหม่แล้ว ยังมีลายแม่ย่อยที่ทำขันกันมาแต่โบราณ ขันแม่ย่อยดั้งเดิมเป็นขันคล้ายบาตรแบบพม่า แต่มีฝา มีลายประกอบตัวสัตว์ประจำราศี เป็นของแม่ย่อยโดยเฉพาะ ลายแม่ย่อยนี้มีลักษณะขด ๆ คล้ายกนกแต่ไม่ใช่กนก มีกิ่งก้านเล็ก ๆ ประกอบตัวขดแต่ก็ไม่เป็นดอกไม้ใบไม้แต่อย่างใด ดูคล้ายลูกน้ำตัวโต ๆ ที่มีขนรุงรังเบียดกันแน่นไปทั้งตามขอบและพื้นขัน กรอบลายขันแม่ย่อยที่แท้เป็นรูปปลิง มีลายริมปากขันเป็น “ดอกแก้ว” หรือดอกพิกุล ลายนกยูง ลายดอกหมาก มีลักษณะเป็นทางยาวตามแนวตั้งซ้อน ๆ กัน

ลวดลายต่างๆที่พบเห็นโดยทั่วไปบนขันเงินมีดังนี้

  1. รูปธรรมชาติและรูปเหมือนจริงต่าง ๆ เช่น ทิวทัศน์ทั่วไป พระนเรศวรชนช้าง ชาวนาทำนาไถนา ลายสถานที่เหล่านี้มีมาไม่นานเท่าไรนัก
  2. รูปเทพเจ้าหรือลายเทพพนม มาจากความเชื่อโบราณแบบฮินดู เช่น พระวิษณุกรรม พระสุรัสวดี เทพบุตรเทพธิดาทั่วไป
  3. รูปสัตว์หิมพานต์ ใช้ประกอบในงานก่อสร้างทางพุทธศาสนา เช่น ประตูหน้าต่างโบสถ์ สำหรับภาชนะก็จะนำไปสลักบนหีบบุหรี่ ขันเงิน ขันพานรอง ซึ่งช่างเงินตามร้านจำหน่ายเครื่องเงินนำไปสลักเป็นประจำเช่นราชสีห์กินนรกินรีเป็นต้น
  4. รูปตัวละครในวรรณคดีที่นิยมกันมากคือ รามเกียรติ์ มีรูปพระราม นางสีดา ยักษ์ ลิง ทั้งเต็มตัว ครึ่งตัวในอิริยาบถต่างๆหรือเป็นภาพเหตุการณ์ตอนใดตอนหนึ่งทั้งตอน รูปสัตว์ 12 ราศี มีที่มาจากความเชื่อแบบจีน ทำมากันตั้งแต่โบราณและทำกันทั่วไปในภูมิภาคแถบนี้ หมู่บ้านวัวลายต่างจากหมู่บ้านอื่นคือปีกุนจะเป็นรูปช้างไม่ใช่รูปหมูแบบหมู่บ้านอื่น

WUA LAI IDENTITY

ลายไทยที่เด่นๆ เฉพาะบนขันเงินมีเพียงไม่กี่ลายเท่านั้นดังต่อไปนี้

  1. ลายกนก เป็นศิลปะประจำชาติของไทย ซึ่งสืบเนื่องมาจากโบราณ ลายไทยได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นจาก เถาไม้ ใบไม้ ดอกไม้ ซึ่งนำมาตกแต่งร่างกาย เพราะคนสมัยก่อนนั้นไม่มีวัตถุอะไรมาประดับกาย นอกจากกระดูก เปลือกหอย เขี้ยวสัตว์ เพื่อความสวยงาม ดอกไม้ ใบไม้ นำมาร้อยเป็นสร้อยข้อมือ สร้อยคอและทำชฏาสวมศีรษะ จึงใช้โครงร่างของดอกและใบประดิษฐ์ขึ้นเป็นตัวลายกนก ลายไทยมีลีลาอ่อนนิ่มนวลน่าดูมาก ไม่ว่าจะนำลายไทยไปบรรจุลงในวัตถุใด ๆ จะทำให้วัตถุนั้นสวยงามและมีค่าราคา สูงขึ้น ซึ่งทำให้ชาวต่างประเทศนิยมยกย่อง ซื้อวัตถุนั้นไปเป็นของขวัญลายดอก ที่นิยมคือ ดอกบัว ดอกมะลิ ดอกจอก ดอกพุดตาน ลายใบเทศ (ใบฝ้ายเทศ) ดอกชัยพฤกษ์ ลายดอกไม้ร่วง
  2. ลายพุ่ม เช่น พุ่มข้าวบิณฑ์เทพพนม
  3. ลายช่อ เช่น ช่อกนกสามตัวช่อเปลว
  4. ลายก้านขด เป็นการนำลายหลายอย่างมาต่อกันโดยมีลายเชื่อมต่อร้อยกันไปเรื่อย ๆ มีหลายชนิด
  5. ลายเปลว ลายเครือเถา เป็นลายที่เลื้อยไปอย่างอิสระ ภายในรูปทรงของสิ่งที่ทำมีทั้งเครือเถาชั้นเดียวเครือเถาไขว้
  6. ลายขอบและลายเชิง ใช้ในพื้นที่แคบหรือแต่งตามขอบทั้งแนวตั้งแนวนอน มีหลายลาย เช่น ลายหน้ากระดาษลายเกลียวลายก้านต่อดอกลายกรวยเชิงลายเฟือง
  7. ลายบัวมีหลายแบบทำตามส่วนโค้งของภาชนะเช่นเชิงพาน

ลายไทยที่กล่าวมานี้ ชาวบ้านวัวลายได้นำมาใช้ในการสลักลวดลาย โดยได้นำมาใช้เพียงบางส่วนเท่านั้น เช่น ลายเครือเถา และลายเปลวได้ตกแต่งไว้บนขอบขันเงิน ลายก้านขดได้ตกแต่งไว้ตรงขอบล่างของขันเงิน ลายพุ่ม ได้สลักไว้ตรงขอบบนและล่างของขันเงินปรากฏให้เห็นในลายเทพพนม

LannaPattern